เทือกเขาอันนะปุรณะ

เทือกเขาอันนะปุรณะ เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยด้านตะวันตก ในประเทศเนปาล ซึ่งประกอบด้วยยอดเขาสูงเกินกว่า 7,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ถึง 6 ยอด ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ ยอดเขาอันนะปุรณะ 1 ยอดเขาสูงอันดับ 10 ของโลก หนึ่งใน 14 ยอดเขาที่สูงเกิน 8 พันเมตร คือมีความสูงถึง 8,091 เมตร นอกจากนี้ในทิวเขาอันนะปุรณะ มียอดเขาซารังโกต สูง 1,592 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ที่ได้รับการยกย่องว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกชื่อ อันนะปูรณาเป็นภาษาสันสกฤต หมายถึง เทวีแห่งการเก็บเกี่ยว ซึ่งในคติทางฮินดู ถือเป็นปางที่ 8 ใน 9 ปางของ พระอุมาเทวี ชายาของพระศิวะ ที่ทรงเป็นผู้ประทาน ความอุดมสมบูรณ์ แก่พืชพันธุ์ธัญญาหาร เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าปาง…

เทือกเขาเอเวอเรสต์

เทือกเขาเอเวอเรสต์  เป็นยอดเขาหนึ่งในเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งเกิดจากการชนกันของแผ่นเปลือกโลกยูเรเซียนและแผ่นเปลือกโลกอินเดีย ในทางภูมิรัฐศาสตร์ ยอดเขาเอเวอเรสต์ถือเป็นจุดแบ่งพรมแดนระหว่างประเทศเนปาลและทิเบต โดยชาวเนปาลเรียกยอดเขาเอเวอเรสต์ว่า สครมาตา ส่วนชาวทิเบตขนานนามยอดเขาแห่งนี้ว่า โชโมลังมาชื่อยอดเขาเอเวอเรสต์นั้น ตั้งโดย เซอร์แอนดรูว์ วอ นักสำรวจประเทศอินเดียชาวอังกฤษ เพื่อเป็นเกียรติแก่ เซอร์จอร์จ อีฟเรสต์ นักสำรวจประเทศอินเดียรุ่นก่อนหน้าคนทั่วไปจดจำชื่อเอเวอเรสต์ได้ในฐานะยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก แต่สำหรับชาวเชอร์ปา และนักปีนเขา บางคนแล้ว ยอดเขาเอเวอเรสต์ไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดที่สูงที่สุดบนพื้นโลกเท่านั้น หากยังเป็นจุดหมายสูงสุดในชีวิตพวกเขาด้วย การไปให้ถึงยอดเขาเอเวอเรสต์เป็นเรื่องที่ยากลำบาก แต่เมื่อยอดเขาเอเวอเรสต์ถูกพิชิตได้ นั่นหมายความว่าขีดจำกัดของมนุษยชาติได้เพิ่มขึ้นอีกขั้นหนึ่งแล้ว รัฐนาถ สิกดาร์ นักคณิตศาสตร์และนักสำรวจจากเบงกอล เป็นคนแรกที่ประกาศว่าเอเวอเรสต์คือยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก จากการคำนวณทางตรีโกณมิติ โดยอาศัยข้อมูลที่วัดด้วยกล้องส่องแนว ในที่ที่ไกลจากยอดเขาไป 150 ไมล์ ณ ประเทศอินเดีย  ยอดเขาเอเวอเรสต์วัดความสูงได้ 29,002 ฟุต ต่อมาในช่วงทศวรรษ 1950 การวัดทำได้แม่นยำขึ้น และให้ความสูง 29,028 ฟุต…

ภูเขาไฟเมานาโลอา ภูเขาไฟที่สูงที่สุดในโลก

หากกล่าวถึงภูเขาที่สูงที่สุดในโลกนั้น หลายๆคนคงคิดว่าภยอดเขาเอเวอร์เรสคือจุดที่สูงที่สุดในโลก ยอดเขาเอเวอร์เรสนั้นเป็นยอดเขาที่สูงจากพื้นโลกราว 8,000 เมตร เป็นยอดเขาที่ป็นส่วนหนึ่งที่เทือกเขาหิมาลัยซึ่งเป็นยอดเขาที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเทือกเขาหิมาลัยนั้นส่วนใหญ่ มียอดเขาหลายยอดที่มีความสูงมากกว่า 7,000 เมตร ซึ่งหากกล่าวในหลักความจริงแล้ว ยอดเขาเอเวอร์เรส ไม่ใช่ภูเขาที่สูงที่สุดแต่เป็น ภูเขาไฟเมานาโลอา บนเกาะฮาวายต่างหากที่สูงที่สุด ภูเขาไฟเมานาโลอา (Mauna Loa) ตั้งอยู่บริเวณหมู่เกาะฮาวาย มีอายุราวๆ 200,000 ปี ซึ่งบนเกาะมีภูเขาไฟลูกอื่นๆอีก ซึ่งเมานาโลอานั้นยังเป็นภูเขาไฟที่ยังมีพลังและมีการระเบิดบ่อยครั้ง เนื่องจากภูเขาไฟที่เกิดจากการระเบิดจากใต้ทะเลและยังเป็นทางเดินของลาวาใต้โลก เมานาโลอา หากวัดจากพื้นดินจะมีความสูงประมาณ 4,170 เมตร และมีหิมะปกคลุมบริเวณยอดเขา แต่หากวัดจากความสูงจากพื้นทะเลเมานาโลอาจะมีความสูงราว 11,000 เมตรซึ่งสูงกว่ายอดเขาเอเวิอร์เรสถึง 2,000 เมตร นอกจากนี้ ภูเขาไฟเมานาโลอา มีเนื่อที่ประมาณ 5,180 ตารางกิโลเมตร อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติฮาวาย ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกด้วย นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าภูเขาไฟลูกนี้จะระเบิดขึ้นทุกๆ 3 ปี บางครั้งการระเบิดนั้นจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ดังกล่าวและเกิดลาวาไหลถมบ้านเรือนด้วย…

เทือกเขา ฮินดูกูช

วันนี้เรามาเรียนรู้กันต่อกับ ภูเขาบนโลกที่ต้องบอกเลยว่าที่นี่ก็เป็นเทือกเขาที่สำคัญที่หนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ เป็นเทือกเขาที่มีความงดงามเป็นอย่างดงามเป็นอย่างมากมายเลยจริง เป็นเทือกเขาที่ความสง่าที่ติดบนท้องฟ้าทำให้ดูสวยงามเลยทีเดียว ที่นี่คือ เทือกเขา ฮินดูกูช (อังกฤษ: Hindu Kush; ฮินดี: हिन्दु कुश; เปอร์เซีย: هِندوکُش‎) เป็นเทือกเขาที่ขยายตัวต่อจากเทือกเขาการาโกรัมไปทางตะวันตก มีความยาวประมาณ 800 กิโลเมตร อยู่บริเวณรอยต่อของประเทศปากีสถานกับประเทศอัฟกานิสถาน มียอดเขาสูงที่มากกว่าระดับ 7,000 เมตร ถึง 20 ยอด ยอดเขาที่สูงที่สุดคือยอดเขาติร์อิชเมียร์ในประเทศปากีสถาน เชิงเขาฝั่งตะวันตกของเทือกเขาฮินดูกูช มีทะเลสาบกลุ่มหนึ่ง แอ่งน้ำใสต่อเนื่องกันเป็นสายตามแนวแม่น้ำแบนด์-เออามีร์ ณ ระดับความสูงเกือบ 3,000 เมตร พูดได้เลยว่าเป็นเทือกเขาที่มีความงดงามสง่างามเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียวที่นี่ทำให้เราได้เห็นทิวทัศน์คล้ายกับเทือกเขาหิมาลัยเลยก็ว่าได้ แน่นอนว่า วันนี้เรื่องราวความรู้เกี่ยวกับคงจะได้รับความรู้ไม่มากไม่น้อยนะครับ ก่อนจะลาจากกันไป แน่นอนเทือกเขาบนโลกมีความสำคัญเป็นอย่างมากเลยทีเดียวเป็นแหล่งต้นกำเนิดแม่น้ำหลายสายและที่สำคัญทำให้เราได้ล่อเลี้ยงชีวิต ต้องบอกเลยว่าเราขจงต้องช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้นไปนะครับ แน่นอนว่าดูแลภูเขา เทือกเขา ต้นไม้ ลำธาร แม่น้ำ…

เทือกเขาแอนดีส

วันนี้เราเดินทางข้ามาไกลยังอีกซีกโลกหนึ่งเลยก็ว่าได้กับเรื่องราวของเทือกเขาและภูเขาเช่นเคย แน่นอนว่า วันนี้เราได้เดินทางมาเรียนรู้เรื่องราวของ เทือกเขาแอนดีส เป็นเทือกเขาที่วางตัวขนานกับด้านตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้ เป็นเทือกเขาที่ยาวที่สุดในโลก พาดผ่าน 6 ประเทศตั้งแต่ โคลัมเบีย เอกวาดอร์ เปรู โบลิเวีย อาร์เจนตินา และชิลี เทือกเขาเกิดจากแนวรอยปะทะกันของแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่นปะทะกันเป็นเวลานานหลายล้านปี โดยแผ่นเปลือกโลกอเมริกาใต้กดทับแผ่นเปลือกโลกนาซกา โดยแนวเทือกเขาแอนดิสจะมีความสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปีและมียอดเขาที่สูงที่สุดคือ ยอดเขาอากอนกากัว เทือกเขาแอนดิสบริเวณประเทศโบลิเวียมีที่ราบสูงที่ชาวโบลีเวียเรียกว่า อัลติพลาโน (altiplano) หรือที่ราบสูงโบลิเวีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงของประเทศโบลิเวียชื่อลาปาซซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากที่สุดในโลก และบริเวณที่ราบสูงโบลิเวียนี้ก็เป็นที่ตั้งของทะเลสาบติติกากาซึ่งตั้งอยู่พรมแดนระหว่างประเทศเปรูกับประเทศโบลิเวีย และได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากที่สุดในโลกด้วย แนวเขาในเขตประเทศเปรูเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำอเมซอนที่ความยาวเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากแม่น้ำไนล์ บริเวณตอนใต้ของเทือกเขาแอนดิสเป็นที่ราบเชิงเขาอยู่เขตรอยต่อระหว่างประเทศอาร์เจนตินากับประเทศชิลี และเรียกบริเวณนั้นว่าที่ราบสูงปาตาโกเนีย ต้องบอกเลยว่าได้รับความรู้ไม่มากก็น้อยเลยจริงกับเทือกเขาแอนดีสเป็นอย่างมากเลยทีเดียวครับ สวัสดีครับ

เทือกเขาอันนัม

สวัสดีครับ เรื่องราวเทือกเขายังไม่หมดเพียงเท่านี้วันนี้เราเดินทางมาที่เวียดนามเพื่อมาพบกับเรื่องราวของเทือกเขาหนึ่งของประเทศเวียดนาม ที่ต้องบอกเลยว่าเป็นเทือกเขาที่มีความสำคัญมากเหมือนกัน กับ เทือกเขาอันนัม (อังกฤษ: Annamite Range, Annamese Mountains, Annamese Range, Annamese Cordillera, Annamite Mountains, Annamite Cordillera) เป็นเทือกเขาในภูมิภาคอินโดจีน มีความยาวประมาณ 1,100 กิโลเมตร (680 ไมล์) เป็นชายแดนตลอดแนวทิศตะวันตกของประเทศเวียดนามต่อกับลาวและทางตอนเหนือของกัมพูชา มีชื่อเรียกในภาษาเวียดนามว่า “สายเจื่องเซิน” (Dãy Trường Sơn) และ “สายภูหลวง” (ພູຫລວງ) ในภาษาลาว เทือกเขาอันนัมประกอบด้วยภูเขาและยอดเขาเป็นจำนวนมาก โดยยอดเขาที่สูงที่สุด คือ ภูเบี้ย ที่ความสูง 2,819 เมตร และยังเป็นถิ่นที่อยู่ของชนพื้นเมืองต่าง ๆ รวมทั้งเป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย ทางด้านชีววิทยา…

เทือกเขาหิมาลัย

สวัสดีครับ วันนี้ขอนำเสนอเรื่องราวของเทือกเขาที่สูงที่สุดในโลก ต้องบอกเลยว่า เป็นเทือกเขาที่อันตรายมากที่สุดการคุณจะเดินขึ้นไป และสิ่งที่คุณต้องเผชิญนั้นคือ พายุหิมะและความเหนื่อยจากเดินขึ้นไปบนยอดเขา  กับ เรื่องราวของ เทือกเขาหิมาลัย (อังกฤษ: Himalaya Range) เป็นเทือกเขาที่อยู่ในทวีปเอเชีย ที่แยกอนุทวีปอินเดียทางทิศใต้ ออกจากที่ราบสูงทิเบตทางทิศเหนือ เป็นที่ที่มียอดเขาที่สูงที่สุดในโลก เช่น ยอดเขาเอเวอเรสต์ และยอดเขากันเจนชุงคา (Kanchenjunga) และยังประกอบด้วยยอดเขาที่มีความสูงมากกว่า 7,200 เมตร (23,600 ฟุต) มากกว่าหนึ่งร้อยยอดเลยทีเดียว  ในทางศัพทมูลวิทยาก็ได้บอกว่า  คำว่า หิมาลัย มาจากภาษาสันสกฤต หมายถึง “ที่อยู่ของหิมะ” (หิม + อาลย) เป็นจุดกำเนิดของระบบแม่น้ำที่สำคัญของโลกหลายสาย เช่น แอ่งแม่น้ำสินธุ และแอ่งแม่น้ำคงคา-พรหมบุตร แม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำโขงเทือกเขาหิมาลัยทอดยาวพาดผ่านพื้นที่ของ 5 ประเทศ ได้แก่ ปากีสถาน…

ธารน้ำแข็ง

      การเติบโตของธารน้ำแข็งขึ้นอยู่กับความสมดุลอันละเอียดอ่อนในธรรมชาติระหว่างอุณหภูมิของอากาศและการตกของหิมะ ถ้าหิมะตกทับถมมากกว่าที่จะระเหยหรือละลายไปหมดในช่วงระหว่างฤดูร้อน ธารน้ำแข็งจะเติบโตขึ้น ถ้าหากไม่มีหิมะเพิ่มเติมธารน้ำแข็งจะต้องลดขนาดลง ธารน้ำแข็งประกอบด้วยส่วนต่างๆ สามส่วน ทุกส่วนจะเชื่อมต่อกันได้อย่างดี ทุ่งหิมะในแหล่งทับถมเรียกว่าพื้นที่สะสม ตัวธารน้ำแข็งและปลายธารซึ่งเป็นส่วนที่ต่ำสุดของธารน้ำแข็ง บริเวณสามส่วนดังกล่าวนี้ไม่คงที่ ส่วนใดส่วนหนึ่งอาจกลายเป็นส่วนใหม่ได้ เพราะทั้งมวลเคลื่อนที่ตลอดเวลา เลื่อนลงต่ำคล้ายกากน้ำตาลที่เย็นจัดและแข็งมาก หิมะที่ตกลงมาตามไหล่เขาเหนือธารน้ำแข็ง จะเปลี่ยนเป็นน้ำแข็งตามขั้นตอนในกระบวนการของมัน เกล็ดหิมะซึ่งเป็นรูปดาวแฉกและเบาจะรวมกันเป็นหยุ่นๆก่อนมีอากาศแทรกอยู่ด้วยมาก เมื่อลมฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลงจะทำให้ระเหยหรือละลาย เหลี่ยมมุมหายไปกลายเป็นเม็ดหิมะเล็กๆ อัตราการเคลื่อนที่ของธารน้ำแข็งนั้น ขึ้นอยู่กับความชันและความขรุขระของลาดเขา ความลึกของน้ำแข็งปริมาณน้ำแข็งกับหิมะที่ทำให้กำเนิดธารน้ำแข็ง ธารน้ำแข็งบางแห่งอยู่ที่ไหล่เขาที่ไม่ชันและมีหิมะน้อยน้ำหนักบนธารน้ำแข็งที่จะเพิ่มขึ้นและทำให้การเคลื่อนที่น้อย ธารน้ำแข็งไหลลงที่ปลายธารด้วยอัตรา 1 เซนติเมตรต่อวัน ส่วนธารน้ำแข็งบนลาดเขาที่ชันและมีหิมะตกใหม่เพิ่มมากขึ้นและเพิ่มน้ำหนักมากขึ้น อาจเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 30 เมตรต่อวัน ธารน้ำแข็งทวีปเช่น พืดน้ำแข็งกรีนแลนด์เมื่อค่อยๆไหลออกจากภายใน สามารถไหลขึ้นเขาจนปกคลุมเทือกเขาทั้งเทือกได้

มนุษย์กับภูเขา

   มนุษย์เองก็ได้รับอิทธิพลจากภูเขา มนุษย์ต้องปรับตัวเข้าสู่สภาพแวดล้อมโดยใช้ไฟ ที่หลบภัย และเสื้อผ้าแล้ว ความแตกต่างในเชื้อชาติคงจะเป็นอยู่มากกว่าในขณะนี้ เพราะกลุ่มคนคงจะอยู่ในถิ่นเดิมของตนนานขึ้น มนุษย์คงจะไม่ท่องเที่ยวและผสมพันธุ์ดังที่ได้เกิดขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างระหว่างเชื้อชาติก็ยังปรากฎเด่นชัด เชื้อชาติมองโกเลียต่างจากคอเอเชียในข้อที่มีร่างกายหนากว่าและแขนสั้นกว่า นักมนุษย์วิทยาคาดว่าความแตกต่างเหล่านี้เกิดขึ้น เมื่อครั้งที่มนุษย์กลุ่มใหญ่นี้ถูกกักอยู่ทางเหนือของเทือกเขาหิมาลัยในยุคน้ำแข็งต่างๆ เป็นเวลานานหลายๆพันปี มนุษย์ทุกวันนี้อาศัยทุกพื้นที่ยกเว้นตามยอดเขาสูงสุดของโลก ไม่ใช่เพราะความหนาวจัดหรือความสูงที่กีกกันไว้แต่หิมะเป็นต้นเหตุในสภาพแวดล้อมที่มีหิมะปกคลุมตลอดเวลา พืชขึ้นไม่ได้ สัตว์ไม่มีอาหาร มนุษย์จึงถูกบังคับให้อยู่ที่อื่นแต่ก็ยังขึ้นไปอยู่ตามที่สูงๆเท่าที่จะอยู่ได้ ผู้คนที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ตามหุบเขาสูงซึ่งพบตามเทือกเขาแอนดีสและเขตสูงในทิเบต ในระดับนี้ผู้คนเคยชินกับอากาศที่ระดับน้ำทะเลจะหายใจด้วยลำบาก นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการปรับตัวทางชีววิทยา พวกเขามีหัวใจและปอดที่ใหญ่กว่ามนุษย์ที่อาศัยอยู่ที่พื้นราบ ซึ่งผู้ที่อาศัยอยู่บนที่สูงเม็ดเลือดแดงที่นำออกซิเจนมาล่อเลี้ยงร่างกาย แม้ว่ามนุษย์บนภูเขาจะมีการปรับตัวแล้ว แต่ความเป็นอยู่ก็ยังคงมีความลำบากแต่ชาวเขาก็ยังคงหล่อหลอมใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติและภูเขามายาวนาน ซึ่งชาวเขานั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของภูเขาแล้ว

อิทธิพลของภูเขาตอนที่ 2

   ภูเขามีอิทธิพลต่อชีวิตบนโลกในหลายทาง มีอิทธิพลต่อดินฟ้าอากาศอย่างมากเพราะภูเขาขัดขวางกระแสลมไม่ให้พัดรอบโลกได้โดยต่อเนื่อง ทำให้เกิดกระแสวนในท้องถิ่นซึ่งมีผลต่ออุณหภูมิและฟ้าฝน แล้วจึงมีอิทธิพลต่อภูมิอากาศไกลๆ ออกไปคือ ไม่เกิดเฉพาะในบริเวณใกล้ๆภูเขาเท่านั้น แต่บางทีอิทธิพลอาจแผ่ออกไปเป็นพันๆไมล์ เขตภูมิอากาศของโลกคงเป็นแบบง่ายๆ ถ้าไม่มีภูเขาและตัวทวีปเข้ามาขัดขวางการไหลของลมและน้ำ ซึ่งเกิดจากอุณหภูมิต่างกันและจากการหมุนของโลก ภายใต้อิทธิพลเหล่านี้ ลมประจำของเขตอบอุ่นจึงมีทิศทางมาจากตะวันตก ในประเทศสหรัฐ  ลมพัดเข้าสู่ฝั่งของรัฐวอชิงตัน รัฐโอเรกอน และรัฐแคลิฟอร์เนียอย่างสม่ำเสมอ นำความชื้นจากมหาสมุทรแปซิฟิกเข้ามาอย่างเต็มที่และจะปะทะกับเทือกเขาชายฝั่งทันที ลมจึงลอยตัวขึ้นและเย็นลงความชื้นที่พามาจะเกิดการควบแน่น กลายเป็นฝนตกลงทางไหล่เขาด้านตะวันตก ปริมาณน้ำฝนต่อปีในเขตป่าฝนโอลิมปิค รัฐวอชิงตัน สูงถึง 3.7 เมตรเมื่อลมพัดผ่านภูเขาไปจึงกลายเป็นลมแห้ง ทำให้ไหล่เขาด้านตะวันออกเกือบไม่ได้ฝนเลย การที่มีภูเขากั้นเช่นนี้จึงทำให้อเมริกามีบริเวณพื้นที่แห้งแล้งเป็นทะเลทราย และบริเวณที่เขียวที่สุดได้รับฝนปริมาณมากที่สุด ซึ่งมีระยะห่างจากกันเพียง 100-200 ไมล์ เท่านั้น นักไต่เขาตระหนักดีว่ายิ่งขึ้นสูงอากาศยิ่งหนาว แม้ว่ายอดเขาจะถูกในเขตได้รับแสงจากดวงอาทิตย์ก็ตาม นั้นเพราะว่ายิ่งสูงอากาศยิ่งเบาบางลง จึงยึดอินฟราเรดจากดวงอาทิตย์น้อยลง ทำให้อุณหภูมิลดลงราว 1.7 องศาเซลเซียส ต่อระดับความสูง 300 เมตร